เตรียมความพร้อมก่อนไป "งานศพ"

Posted by admin 08/07/2019 0 Comment(s)

เตรียมความพร้อมก่อนไป "งานศพ"    

เคยเป็นกันไหมเมื่อต้องไปงานศพบ่อยครั้งหรือบางครั้ง ที่เรามักจะทำตัวไม่ถูก หรือทำตัวเฉิ่มๆโดยไม่รู้ตัว ยิ่งถ้าบังเอิญต้องไปนั่งเป็นผู้ใหญ่ของงานหรือเจ้าภาพยิ่งไปกันใหญ่ ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน ต้องทำอย่างไร จึงจะถูกต้องเหมาะสมและควรแต่งกายสีดำหรือขาวดำ

งานศพ อาจแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ พิธีรดน้ำศพ สวดพระอภิธรรมศพ และการเผาศพ ส่วนการเรื่องเก็บอัฐิจะไม่ขอพูดถึง เนื่องจากมักจะเป็นพิธีในของญาติของผู้เสียชีวิตเท่านั้น

การรดน้ำศพ (เป็นพิธีการอาบน้ำศพ)

โดยปกติแล้วผู้ที่จะไปรดน้ำศพ มักจะเป็นญาติพี่น้อง หรือผู้ที่คุ้นเคยกับผู้เสียชีวิต และปรารถนาจะพบเห็นกันเป็นครั้งสุดท้าย แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ยิ่งถ้าผู้ล่วงลับเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มีคนรู้จัก นับหน้าถือตาจำนวนมาก เจ้าภาพมักจะจัดศพเพื่อให้คนรู้จักกันหรือเคารพนับถือกันไปรดน้ำศพ ซึ่งผู้ที่มารดน้ำศพจะรดที่มือข้างหนึ่งของผู้ตายที่ยื่นออกมาและกล่าวคำอาลัย และเป็นการขอขมาโทษเพื่อจะได้ไม่มีเวรภัยต่อกัน

เมื่อไปถึงงานศพ ก่อนอื่นเลยเราควรจะต้องเข้าไปทักทาย แสดงความเสียใจกับเจ้าภาพ จากนั้นนั่งคอยในสถานที่ที่เจ้าภาพเตรียมไว้ให้ เมื่อเจ้าภาพมาเชิญจึงเข้าไปในบริเวณที่ตั้งศพ ทำความเคารพศพ จากนั้นเทน้ำอบไทยที่เจ้าภาพเตรียมไว้ลงบนฝ่ามือของศพ ขออโหสิกรรม จากนั้นก็กลับไปนั่งตามเดิม ซึ่งแขกบางท่านเมื่อรดน้ำศพเสร็จแล้วก็อาจจะกลับเลย บางรายก็จะอยู่ฟังสวดพระอภิธรรมศพต่อในตอนกลางคืน

การไปงานสวดพระอภิธรรมศพ

เมื่อไปงานสวดศพ เราควรมีพวงหรีดไปด้วยเพื่อเป็นเครื่องหมายของการแสดงความเสียใจ เศร้าโศกแก่เจ้าภาพ เมื่อพบกับเจ้าภาพให้มอบพวงหรีดแก่เจ้าภาพหรือจะให้ทางร้านไปจัดส่งแทนก็ได้เช่นกันและหรือมอบเงินช่วยงาน พูดคุยทักทายแสดงความเสียใจ จากนั้นเข้าไปยังศาลาตั้งศพ กราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ์ 3 ครั้ง คลานเข้าไปเคารพศพ โดยการจุดธูป 1 ดอก ยกมือพนมขออโหสิกรรม เมื่อไหว้ศพแล้วจึงปักธูปเคารพศพ

เกี่ยวกับเรื่องเคารพศพนั้น มีข้อควรทราบว่า

  • ถ้าผู้ล่วงลับไปแล้วเป็นพระให้กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์
  • ถ้าผู้ล่วงลับไปแล้วเป็นผู้สูงอายุ ควรกราบหนึ่งครั้ง ไม่แบมือ
  • ถ้าผู้ล่วงลับไปแล้วเป็นคนวัยเดียวกัน ควรยืนคำนับหรือนั่งไหว้
  • ถ้าผู้ล่วงลับไปแล้วเป็นผู้น้อยหรือเด็กกว่า ควรยืนหรือนั่งในท่าสงบ ขออโหสิกรรมโดยไม่ต้องไหว้ จากนั้นจึงคลานถอยออกมาหาที่นั่งต่อไป

 

อย่างไรก็ดี ก็ยังมีบางจุดที่ควรจะทราบไว้

ภายหลังจากพระสวดพระอภิธรรมจบแล้ว จะมีการทอดผ้าบังสุกุลและถวายของจตุปัจจัยแด่พระสงฆ์ ก่อนที่จะทอดผ้าบังสุกุลและถวายของเจ้าหน้าที่ของวัด จะคลี่ผ้าภูษาโยงหรือผ้าทาบที่โยงจากศพซึ่งวางพับอยู่บนพานและตั้งไว้หน้าศพไปข้างหน้าพระสงฆ์ จากนั้นให้ญาติผู้ล่วงลับไปแล้วก็จะมาเชิญท่านเป็นผู้ทอดร่วมกับผู้มีเกียรติหรืออาวุโสคนอื่นๆ ซึ่งเราก็เพียงแต่วางผ้าตามขวางลงบนภูษานั้นแล้วยกมือไหว้หนึ่งครั้ง หรือจะกราบเบญจางคประดิษฐ์ 3 ครั้ง ก็ได้ โดยไม่ต้องยกประเคน ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม แล้วหลังจากนั้นจึงยกของจตุปัจจัยประเคนต่อไป จากนั้นพระท่านก็จะสวดยะถา คืออนุโมทนาส่วนกุศลที่ได้ทำนั้นให้ผู้ตาย  แล้วเจ้าหน้าที่ของทางวัดก็จะจัดอุปกรณ์กรวดน้ำมาให้ จากนั้นพระท่านก็จะสวดสัพพี ให้พรแล้วพระท่านก็กลับ ถือเป็นอันเสร็จพิธีสวดศพในคืนนั้น

เมรุวัด

การเผาศพ ควรทราบเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวเอง

“ดอกไม้จันทน์ เพื่อเอาไว้เผาศพ ส่วนธูปกับเทียนนั้น ใช้เพื่อขอขมาศพ ”

ก่อนที่เราจะวางดอกไม้จันทน์ธูปเทียนนั้น ควรไหว้ศพหรือคำนับก็ได้ครั้งหนึ่งเสียก่อน และกล่าวขอขมาในใจว่า สิ่งใดที่ท่านผิดต่อข้าพเจ้า แม้ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ข้าพเจ้ายกโทษนั้นๆ ให้ท่านหมดสิ้นแล้วแต่นี้ไปและสิ่งใดที่ข้าพเจ้าได้ทำผิดต่อท่านมาแล้ว ก็ขอท่านจงโปรดยกโทษนั้นๆ แก่ข้าพเจ้า อย่าให้เรามีเวรกรรมต่อกันอีกเลย ขอท่านจงเป็นสุขเถิด และเมื่อวาง ธูปเทียน ดอกไม้จันทน์แล้วก็ไหว้พระหรือคำนับศพอีกครั้งหนึ่ง จึงเดินลงจากเชิงตะกอน